Montfort College Primary Section
LABOR OMNIA VINCIT
  TH | ENG | china website CN
 
 
 
 
หน้าแรก
ข้อมูลโรงเรียน
นักเรียนและผู้ปกครอง
- Homework Online
- Student Dashboard
- คอมพิวเตอร์ช่วงชั้นที่ 1
- คอมพิวเตอร์ช่วงชั้นที่ 2
- วิดีโอ/สื่อออนไลน์
- e-Learning 2556
- Yes! Genius
ผลงานนักเรียน MAC
วันสำคัญและสาระน่ารุ้
- ภูมิปัญญาท้องถิ่น
- รายการอาหารนักเรียน
- Downloads
- Rosetta Stone[EP]
ครูและบุคลากร
ประกาศรับสมัครบุคลากร
ติดต่อเรา
              ตารางเรียนปีการศึกษา 2560
Teacher Staff
Go to web mail school service.
VTR เพลงประจำโรงเรียน
เพลงประจำโรงเรียน
                   คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
สาระน่ารู้ และ วันสำคัญ / โคมจิ๋ว หรือ โคมแขวน

ประวัติความเป็นมาของโคมล้านนา

ความรู้เกี่ยวกับโคมไฟ

       หลังเทศกาลวันออกพรรษา เมื่อปลายฝนต้นหนาว เป็นสัญญาณบอกว่าเทศกาลยี่เป็งได้เข้ามาเยือนแล้ว ชาวล้านนาต่างพากันเตรียมเครื่องใช้ ไม้สอย และเครื่องไทยทานเพื่อไปทำบุญที่วัด เพราะในช่วงเวลานี้ถือว่าเป็นวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน ยี่ (เหนือ) หรือ เดือน 12 ผู้เฒ่า ผู้แก่ จะถือโอกาส ไปนอนค้างแรม ที่วัดเพื่อฟังธรรมอันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของคนล้านนา
       โคมไฟกับงานประเพณียี่เป็ง ถือได้ว่าเป็นของคู่กัน แต่ก่อนชาวล้านนามีโคมไฟใช้ไม่แพร่หลาย จุดประสงค์ของการใช้สอยของโคมไฟโบราณ ทำขึ้นเพื่อใช้เป็น ตะเกียง หรือสิ่งประดิษฐ์ สำหรับจุดไฟให้สว่าง แต่ด้วยเหตุผลที่น้ำมันมีราคาแพง ประเพณีการจุดโคมไฟแต่เดิมจึงมักมี เฉพาะในพระราชสำนัก และบ้านเรือน ของเจ้านายใหญ่โต เท่าที่ผ่านมาชาวล้านนาใช้โคมไฟในฐานะของเครื่องใช้ในครัวเรือน และเครื่องใช้ในพิธีกรรมเท่านั้น

โคมต้องห้อยพู่
       ในปัจจุบันโคมไฟถูกนำไปใช้อย่างหลากหลาย เช่น ตกแต่ง โรงแรม รีสอร์ท วัด หรือ สถานที่ราชการ และเอกชน เพื่อความสวยงาม ดูบรรยากาศสบายๆ แบบ ล้านนา ซึ่งโคมไฟล้านนาหลากหลายชนิดก็ได้รับความนิยมทั้งใน และต่างประเทศ ทั้งนี้ในการทำโคมไฟ ปัจจุบัน ได้มีการพัฒนา ประยุกต์ตกแต่งให้เกิดความเหมาะสม และความต้องการของลูกค้า โคมไฟที่ใช้ในงานบุญที่พบเห็นอยู่ใน ภาคเหนือตอนบน โคมไฟถูกนำมาใช้เพื่อประดับ ตกแต่งอาคารบ้านเรือนเพื่อความสวยงาม และความเป็นศิริมงคล แก่เจ้าของบ้าน ซึ่งชาวล้านนาเชื่อว่า การจุดโคมไฟนั้น จะนำความเจริญรุ่งเรืองและความสุขมาให้กับตนและครอบครัวต่อไป

ความสำคัญของโคม
      โคมไฟ หรือ โคมแขวน เป็นงานหัถตกรรมพื้้นบ้าน ที่ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ให้คงอยู่สืบต่อจนถึงปัจจุบันในภาคเหนือ ซึ่งชาวล้านนาใช้ในงานประเพณียี่เป็ง พึงสักการะบูชาพระพุทธเจ้า คืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง (ยี่เป็งล้านนา) ถือว่าเมื่อได้กระทำเช่นนี้แล้ว และประทีปจากโคมจะช่วยส่องประกายให้ดำเนินชีวิตเจริญรุ่งเรืองอยู่เย็นเป็น สุข

(สิงห์แก้ว มโนเพ็ชร 2539) กล่าวว่า การยกโคม หรือ การลอยโคม แต่เดิมเป็นพิธีการทางศาสนาพราหมณ์ ทำขึ้นเพื่อบูชาพระเจ้าทั้งหลาย คือ พระอิศวร พระนารายณ์ พระพรหม ซึ่งพรหมณ์นำมาถวาย การบูชาด้วยน้ำมันไขข้อโคนี้เป็นพิธีทางลัทธิพราหมณ์โดยแท้ ต่อมาในแผ่นดิน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวราชการที่ 9 ทรงมีพระราชดำริว่า พระราช พิธีต่างๆ ที่มีนั้นจะต้องให้มีส่วนเกี่ยวข้อกับทางพระพุทธศาสนา ดังนั้นจึงโปรดให้มีการสวดมนต์เย็น ฉันเช้าก่อนที่จะยกโคม พระสงฆ์ที่จะสวดมนต์ประกอบไปด้วย พระราชาคณะ ไทย 1 คณะครูปริวัตรไทย พระราชาคณะรามัญ 1 พระครูปริคารามัญ 4 รวมเป็น 10 รูป ในการทำพิธี (แต่โบราณ) ที่ตั้งโคมเป็นไม้ไผ่ติดกระดาษ ส่วนข้างในสาน เป็นชะลอมเปิดกระดาษเป็นรูปกระบอกต่างๆ เทียนสำหรับจุดโคมชั้นในแต่ละคืนจะใช้เทียน 24 เล่ม พอจุดได้ประมาณ 3 ชั่วโมง ในสมัยก่อนจะมีโคมในพระราชวังปักประจำ ทุกตำหนักเจ้านาย เช่น ถ้าเป็นตำหนักเจ้าฟ้าก็จะใช้โคมโครงไม้ไผ่หุ้มผ้าขาว เช่นเดียวกับโคมประเทียบ ถ้าเป็นตำหนักพระองค์เจ้าหรือข้างในก็ใช้โคมโครงไม้ไผ่ปิดกระดาษ คล้ายกับโคมบริวารที่มีอยู่ทุกตำหนัก ซึ่งโคมทั้งหมดจะใช้จุดตะเกียง ด้วยถ้วยแก้ว หรือชามเหมือนกับโคมบริวารเจ้านาย ซึ่งอยู่นอกพระบรมมหาราชวัง แต่สำหรับโคมชัย โคมประเทียบ และโคมบริวารจะมีใน พระราชวังเท่านั้น

(น้ำทิพย์ คชเกษตริน 2541) กล่าวว่า แต่ในปัจจุบันโคมทำขึ้นเพื่อไปถวายพระที่วัด เพราะมีความเชื่อว่าชาติหน้าเกิดมาจะมีสติปัญญาที่ดี แต่เดิมประเพณีการจุดโคมจะทำขึ้น ในบ้านของเจ้านายใหญ่โต หรือผู้มีอันจะกินเท่านั้น โดยจะใช้ประทีป หรือเทียนจุดให้เกิดแสงสว่างแล้วนำ ไปใส่ไว้ในโคม หรือใช้ประทีปที่มีลักษณะเป็นผางประทีปเล็กๆ แล้วใช้ น้ำมันงา น้ำมันละหุ่ง หรือน้ำมันมะพร้าวใส่ลงในถ้วยดิน เพื่อให้ไฟติดไส้ ที่อยู่ตรงกลางด้วย แต่ปัจจุบันมีการประยุกต์ใช้แทนไฟฟ้าเสียมากกว่า ตามปกติการจุดโคมทำกัน ในวัน พระจริงๆ แล้วการจุดโคมสามารถจุดได้ทุกวัน โดยไม่จำกัดโอกาสหรือที่เรียกตามภาษาธรรว่า อกาลิโก ซึ่งก็แล้วแต่ความพอใจหรือความสะดวก โดยเมื่อจุดแล้วก็จะนำไป แขวนตาม ชายคาบ้านให้เป็นที่สวยงาม และเพื่อเป็นการบูชาเทพารักษ์อีกทางหนึ่งด้วย การประดิษฐ์โคมมีจุดมุ่งหมาย 4 ประการด้วยกันคือ ประการแรก เพื่อความสวยงาม ประการที่สอง เพื่อเป็นพุทธบูชา ประการที่สามเพื่อความสว่างให้กับตัวอาคารบ้านเรือน และประการที่สี่เพื่อเป็นสิริมงคล แก่เจ้าของบ้าน สมัยโบราณเมื่อเกิดสงคราม ก็จะใช้โคมลอยช่วยในการโจมตี ข้าศึก โดยจะใส่ดินไฟเข้าไว้ในนั้นแล้วจุดธูปปักไว้ในหม้อดินไฟ เมื่อโคมลอยไปยังเมืองของข้าศึกพอดีกับธูปไหม้ลงมาถึงดินไฟที่อยู่ในหม้อ ก็จะระเบิดขึ้นมาเผากระดาษตัวโคม ทำให้ลูกไฟตกลงมาเผาผลาญ บ้านเรือนข้าศึกได้

  วิธีทำโคมล้านนา

วัสดุอุปกรณ์

  • ไม้ไผ่
  • คีม
  • กาวร้อน
  • กรรไกร
  • กระดาษสี หรือกระดาษสา
  • กระดาษเงิน กระดาษทอง
  • มีด
  • ลวด
  • ฟาง
  • คัดเตอร์

วิธีทำโคม

 

ขั้นตอนที่1

เหลาไม้ไผ่ที่เตรียมไว้ให้มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.5 ซม. ความยาวตามขนาด

ของโคมที่จะทำ คือ ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก

 

ขั้นตอนที่ 2

ทำโครงของโคมโดยการใช้คีมหักไม้ไผ่ตามลักษณะของโคมของโคม เช่น ถ้าเป็นโคม

8 เหลี่ยมให้หักเป็น 4 เหลี่ยม จำนวน 9 ชิ้น ถ้าเป็นโคม 6 เหลี่ยมให้หักเป็น 7 เหลี่ยม จำนวน เผื่อไว้ในการประกอบ

 

ขั้นตอนที่ 3

ประกอบโครงของโคมขึ้นเป็นรูปร่างตามลักษณะ เหลี่ยมชนเหลี่ยมโดยใช้ลวดมัดยึดติด

ตามภาพด้านล่าง

 

ขั้นตอนที่ 4

ใช้กระดาษสีต่าง ๆ ที่เตรียมไว้ติดตามช่องของโคม ตามความชอ

 

ขั้นตอนที่ 5

เพิ่มเติมส่วนหูกระต่ายโดยหักไม้ไผ่เป็นรูปสามเหลี่ยมมัดติดตรงส่วนของหัวโคมแล้วติดกระดาษสีตามชอบ สุดท้ายตัดกระดาษตกแต่งหางโคม ความยาวและลวดลาย ตามความชอบ

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

http://www.lannaway.com/home/post/ประวัติโคมล้านนา/102_0120__resize/
http://web.chiangrai.rmutl.ac.th/khomtoong/index%20-viteetumchom.html
http://cmrulocalinformaiton4.blogspot.com/


 
 
หน้าแรก | SWIS | e-office | Homework online | Webmail School

โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกประถม
269 ต. ช้างคลาน อ. เมือง จ. เชียงใหม่ 50100
โทร. 053 - 252565 แฟกซ์ 053 - 274640 ติดต่อสอบถาม : [email protected]