Montfort College Primary Section
LABOR OMNIA VINCIT
  TH | ENG | china website CN
 
 
 
 
หน้าแรก
ข้อมูลโรงเรียน
นักเรียนและผู้ปกครอง
- Homework Online
- Student Dashboard
- คอมพิวเตอร์ช่วงชั้นที่ 1
- คอมพิวเตอร์ช่วงชั้นที่ 2
- วิดีโอ/สื่อออนไลน์
- e-Learning 2556
- Yes! Genius
ผลงานนักเรียน MAC
วันสำคัญและสาระน่ารุ้
- ภูมิปัญญาท้องถิ่น
- รายการอาหารนักเรียน
- Downloads
- Rosetta Stone[EP]
ครูและบุคลากร
ประกาศรับสมัครบุคลากร
ติดต่อเรา
              ตารางเรียนปีการศึกษา 2560
Teacher Staff
Go to web mail school service.
VTR เพลงประจำโรงเรียน
เพลงประจำโรงเรียน
                   คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
สาระน่ารู้ และ วันสำคัญ / ประเพณีสงกรานต์ 4 ภาค

ประเพณีสงกรานต์ 4 ภาค

ประเพณีสงกรานต์ ภาคเหนือ

 สงกรานต์4ภาค1

สงกรานต์ล้านนา หรือ "ประเพณีปี๋ใหม่เมือง" เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๓ เมษายน "วันสังขารล่อง" หมายความว่า วันนี้สิ้นสุดศักราชเก่า ในวันนี้จะได้ยินเสียงยิงปืนจุดประทัดกันแต่เช้าตรู่ โดยการยิงปืนและการจุดประทัด มีความเชื่อถือกันแต่โบราณว่า เป็นการขับไล่เสนียดจัญไรต่าง ๆ ให้ล่องไปพร้อมกับสังขาร จากนั้นชาวบ้านจะทำการกวาดขยะมูลฝอยตามลานบ้าน และทำความสะอาด ปัดกวาดบ้านเรือนให้เรียบร้อย ชำระร่างกาย สระผมให้สะอาด และมีการแห่พระพุทธรูปสำคัญประจำเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคล

          ถัดมาคือวันที่ ๑๔ เมษายน "วันเน่า" หรือ"วันเนา" วันที่ห้ามใครด่าทอว่าร้าย เพราะจะทำให้โชคร้ายไปตลอดทั้งปี โดยในวันนี้ตามประเพณีถือว่าเป็นวันสำคัญและเป็นมงคลแก่ชีวิต จะได้ประสบแต่ความดีงามตลอดปี จะไม่ทำอะไรที่ไม่เป็นมงคล จัดซื้ออาหารและข้าวของมาทำบุญ     ขนทรายเข้าวัด เพื่อก่อเจดีย์ทรายตามลานวัด เจดีย์ที่ก่อขึ้นจะตบแต่งด้วยธงทิวสีต่าง ๆ ธงสีนี้ชาวพื้นเมืองเรียกว่า "ตุง" ทำด้วยกระดาษสีตัดเป็นรูปสามเหลี่ยมชายธงและรูปร่างต่าง ๆ ติดปลายไม้ การเล่นรดน้ำกัน ผู้หญิงจะแต่งกายพื้นเมืองจะนุ่งผ้าซิ่นสวมเสื้อแขนยาว ทัดดอกเอื้องที่มวยผม ส่วนผู้ชายจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าชุดพื้นเมือง คล้องคอด้วยดอกมะลิ

          วันที่สาม วันที่ ๑๕ เมษายน "วันพญาวัน" หรือ "วันเถลิงศก" ชาวบ้านจะตื่นแต่เช้าทำบุญตักบาตร เข้าวัดฟังธรรม ก่อนจะไป "รดน้ำดำหัว" ขอขมาญาติผู้ใหญ่ในช่วงบ่าย ซึ่งเป็นประเพณีอย่างหนึ่งของชาวเมืองเหนือ คือ การนำลูกหลานญาติพี่น้องไปขอขมาลาโทษต่อผู้ใหญ่ (สูมาคารวะ)

          วันที่สี่วันที่ ๑๖ เมษายน "วันปากปี" ชาวบ้านจะพากันไปรดน้ำเจ้าอาวาสตามวัดต่าง ๆ เพื่อขอขมาคารวะ จัดอาหารหวานคาวใส่สำรับไปถวายพระที่วัด เป็นการถวายภัตตาหารหรือที่เรียกกันว่า ทานขันข้าว เป็นการถวายทานเพื่ออุทิศส่วนกุศลถึงญาติพี่น้องที่ล่วงลับ รวมทั้งถวายเจดีย์ทราย ถวายจ่อตุง เพราะถือว่าเป็นอานิสงส์ และวันที่ห้า วันที่ ๑๗ เมษายน "วันปากเดือน" เป็นวันที่ชาวบ้านสงเคราะห์ต่าง ๆ ออกไปจากตัว เพื่อปิดฉากประเพณีสงกรานต์ล้านนา

          ทั้งนี้ ประเพณีดำหัว สำหรับชาวล้านนาหมายถึง "การสระผม" เพื่อเป็นการชำระสะสางเอาสิ่งอันเป็นอัปมงคลในชีวิตให้วิปลาสไป โดยการใช้น้ำขมิ้นส้มป่อยเป็นเครื่องชำระ

 

ประเพณีสงกรานต์ภาคกลาง

 สงกรานต์4ภาค2

สงกรานต์ภาคกลางนั้นเริ่มขึ้นในวันที่ ๑๓ เมษายน เป็นวัน "มหาสงกรานต์" วันที่ ๑๔ เมษายน เป็น "วันกลาง" หรือ "วันเนา" วันที่ ๑๕ เมษายน เป็น "วันเถลิงศก" ทั้งสามวันประชาชนจะประกอบพิธีทางศาสนา มีการทำบุญตักบาตร ปล่อยนกปล่อยปลา การกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ การสรงน้ำพระ การขนทรายเข้าวัด ก่อพระเจดีย์ทราย ในอดีตยังมีธรรมเนียมห้ามตักน้ำ ตำข้าว ตัดฟืนในช่วงนี้ แต่จะต้องเตรียมสำรองไว้ล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เป็นภาระในวันปีใหม่ ทั้งยังนิยมกวนกาละแมแจกจ่ายกันอีกด้วย

          วันสงกรานต์เป็นเทศกาลสำคัญที่คนไทยยังถือว่าเป็นวันสิ้นปี วันสงกรานต์คือวันขึ้นปีใหม่ จึงต้องเตรียมงานเป็นการใหญ่จนมีคนพูดกัน "ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่" สิ่งที่ตระเตรียม ได้แก่

          ๑. เครื่องนุ่งห่มเพื่อใส่ในโอกาสไปทำบุญที่วัด ตลอดจนเครื่องประดับ

          ๒. ของทำบุญ โดยเฉพาะข้าวเหนียวแดงในวันตรุษ และขนมกวนหรือกาละแมในวันสงกรานต์ ซึ่งสิ่งของ ๒ อย่างนี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของการทำบุญวันตรุษสงกรานต์

          ๓. การทำความสะอาดบ้านเรือนที่อาศัยตลอดจนบริเวณใกล้เคียง เพื่อให้ดูเรียบร้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บูชาพระและที่เก็บอัฐิบรรพบุรุษ

          ๔. สถานที่ทำบุญ วัดเป็นสถานที่ทำบุญสวดมนต์เลี้ยงพระ และทำต่อเนื่องกันหลายวัน มีการทำความสะอาดกุฏิ ที่อาศัย หอสวดมนต์ โบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ ตลอดจนลานวัด เพื่อให้ดูร่มรื่น ชื่นตาชื่นใจของผู้มาทำบุญในวันสำคัญ กิจกรรมที่เกิดขึ้น ได้แก่ การทำบุญ        ตักบาตร สวดมนต์ เลี้ยงพระ การฟังเทศน์ การก่อเจดีย์ทราย สรงน้ำพระ บังสกุลอัฐิ การปล่อย นกปล่อยปลา และเป็นสถานที่รื่นเริงสนุกสนาน เช่น สาดน้ำ และมีการละเล่นอื่นๆ อีกด้วย

 

ประเพณีสงกรานต์ภาคอีสาน

 สงกรานต์4ภาค3

 ประเพณีสงกรานต์ภาคอีสาน นิยมจัดกันอย่างเรียบง่าย แต่มากไปด้วยความอบอุ่น      โดยคนอีสานจะเรียกประเพณีสงกรานต์ว่า "บุญเดือนห้า" หรือ "ตรุษสงกรานต์" และจะถือฤกษ์            ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕ โดยจะมีพิธีการทำบุญตักบาตร ทำบุญสรงน้ำพระ และรดน้ำผู้ใหญ่ด้วยการนำเอาน้ำอบ น้ำหอมไปสรงพระพุทธรูป พระภิกษุสงฆ์ เพื่อขอให้มีความเป็นอยู่ร่มเย็นเป็นสุข     จะปรารถนาสิ่งใดขอให้สมหวัง เช่น ขอน้ำขอฝน ขอให้ตกต้องตามฤดูกาล และให้ข้าว น้ำ ปลา

อุดมสมบูรณ์ และในเดือนนี้ถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวอีสาน โดยถือเอาวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕ เป็นวันเริ่มต้นทำบุญ

"การทำบุญเดือนห้า" จะเริ่มเวลาบ่าย ๓ โมง โดยพระสงฆ์จะตีกลองโฮมเปิดศักราช               เพื่อเป็นสัญญาณบอก จากนั้นพระสงฆ์และชาวบ้านก็จะมาร่วมกันจัดน้ำอบ น้ำหอม ธูป เทียน ดอกไม้ มาพร้อมกันแล้วบูชาอธิษฐานขอให้ฟ้าฝนตกในบ้านเมือง อยู่ร่มเย็น แล้วก็สรงน้ำอบ น้ำหอมให้แก่พระพุทธรูปทั้งหมดที่มีอยู่ในวัด จากนั้นก็สรงน้ำให้แก่พระสงฆ์ อันเป็นเคารพสักการะบูชาของชาวบ้าน ซึ่งถือว่าเป็นการเคารพท่านจะได้ให้ศีลให้พร ให้เรามีความสุข        ความเจริญ และเป็นการต่ออายุของเราและหลังจากนั้นจะมีการสรงน้ำให้คนเฒ่า คนแก่ ซึ่งเป็นปู่ ย่า ตา ยาย หรือครูบา อาจารย์ ซึ่งเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่อันควรในการเคารพสักการะของเรา เอาน้ำอบ น้ำหอม ไปสรงท่าน ซึ่งเป็นการสักการะนับถือถึงบุญคุณของท่าน ต่อมาก็จะเล่นสาดน้ำกันเป็นที่สนุกสนาน มีการก่อพระทรายที่ลานวัด ประดับประดาพระเจดีย์ทราย ปล่อยสัตว์เพื่อเป็นบุญกุศล

 

ประเพณีสงกรานต์ภาคใต้

 

 สงกรานต์4ภาค4 

ตามความเชื่อของประเพณีสงกรานต์แบบดั้งเดิมที่ภาคใต้ สงกรานต์เป็นช่วงเวลาของการผลัดเปลี่ยนเทวดาผู้รักษาดวงชะตาบ้านเมือง พวกเขาจึงถือเอาวันแรกของสงกรานต์ วันที่ ๑๓ เมษายน เป็น "วันส่งเจ้าเมืองเก่า" หรือ "วันเจ้าเมืองเก่า" โดยเชื่อกันว่าในวันนี้เจ้าเมืองหรือเทพยดาประจำปีผู้ทำหน้าที่รักษาดวงชะตาของบ้านเมืองจำเป็นต้องละทิ้งบ้านเมืองที่ตนรักษาไปชุมนุมกันบนสวรรค์ ในวันนี้ชาวบ้านจึงทำความสะอาดบ้านเรือน เครื่องใช้ เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับและร่างกาย บางทีก็ทำพิธีสะเดาะเคราะห์ โดยทำพิธีลอยเคราะห์ลงในแม่น้ำ เพื่อฝากเคราะห์กรรมซึ่งตนประสบไปกับเจ้าเมืองเก่า และอธิษฐานประสบโชคดีตลอดปีใหม่

ส่วนวันที่ ๑๔ เมษายน หรือชาวบ้านเรียกว่า "วันว่าง" จะไปทำบุญตักบาตรที่วัด และสรงน้ำพระพุทธรูป ทั้งนี้ ที่เรียกว่า "วันว่าง" เพราะเชื่อกันว่าวันนี้เจ้าเมืองก็ยังสถิตอยู่บนสวรรค์ ในเมืองจึงไม่มีเจ้าเมืองประจำอยู่ กิจการงานอาชีพทุกอย่างจึงต้องหยุด เพราะ เกรงว่าหากประกอบกิจการจะก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น เนื่องจากไม่มีเจ้าเมืองคุ้มครองรักษา สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ จึงถูกเก็บไว้ มิได้นำมาใช้เป็นการชั่วคราว ประชาชนส่วนใหญ่พากันไปทำบุญ เมื่อทำบุญแล้วก็นำอาหารและเครื่องบูชา ไปเคารพผู้อาวุโส และพระสงฆ์ที่เคารพ โดยถือโอกาสขอพรรดน้ำ เพื่อแสดงออกถึงความเคารพและความกตัญญูด้วย

จากนั้นเมื่อทำบุญที่วัดและรดน้ำผู้อาวุโสแล้ว ต่างก็มาชุมนุมกัน โดยในการนี้ได้จัดให้มีการละเล่นต่าง ๆ อย่างสนุกสนาน ซึ่งมหรสพและการละเล่นที่นิยมกันมากคือ มโนราห์, หนังตะลุง, มอญซ่อนผ้า, อุบลูกไก่,            ชักเยื่อ, สะบ้า, จระเข้ฟาดหาง (หรือบางแห่งเรียกว่าฟาดทิง),ยับสาก, เตย, ปิดตา, ลักซ่อน, วัวชนและเชื้อยาหงส์ ฯลฯ โดยการละเล่นทั้งหลายนี้รวมเรียกว่า "เล่นว่าง"

และวันสุดท้ายเป็นวัน "เจ้าเมืองใหม่" หรือ "วันรับเจ้าเมืองใหม่" วันที่ ๑๕ เมษายน เชื่อว่าวันนี้             เจ้าเมือง ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้คุ้มครองเมืองต่าง ๆ อันอาจจะไม่ใช่เมืองที่ตนประจำอยู่แต่เดิมในปีที่แล้ว จะลงมาประจำเมือง ซึ่งตนต้องรับหน้าที่คุ้มครองตลอดปีใหม่ ชาวเมืองจึงเตรียมการต้อนรับเทวดาเจ้าเมืองคนใหม่ด้วยความยินดี โดยในวันนี้คนก็จะแต่งการด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ เพื่อนำอาหารไปถวายพระที่วัด จากนั้นก็ไปรดน้ำผู้อาวุโส และเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน

 


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :

ตำนานวันสงกรานต์
ความสำคัญวันฉัตรมงคล
วันฉัตรมงคล
นางสงกรานต์
ความสำคัญของวันสงกรานต์
กิจกรรมในวันมหาสงกรานต์
เพลงรำวงวันสงกรานต์
13 เมษายน วันผู้สูงอายุแห่งชาติ
การดูแลผู้สูงอายุ
14 เมษายน วันครอบครัว
ประเพณีสงกรานต์ 4 ภาค
ประเพณีสงกรานต์ของประเทศเพื่อนบ้าน
นางสงกรานต์ ปี 2560

 
 
หน้าแรก | SWIS | e-office | Homework online | Webmail School

โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกประถม
269 ต. ช้างคลาน อ. เมือง จ. เชียงใหม่ 50100
โทร. 053 - 252565 แฟกซ์ 053 - 274640 ติดต่อสอบถาม : [email protected]